Showing posts with label Vinyl collection. Show all posts
Showing posts with label Vinyl collection. Show all posts

Wednesday, March 21, 2007

แผ่นเสียง Audiophile

ในบรรดาแผ่นเสียงที่เราเล่นๆกันอยู่นั้น ถ้าแบ่งเป็นพวกใหญ่ๆน่าจะเป็น 2 กลุ่ม คือ แผ่นธรรมดาทั่วไป กับแผ่นที่ถูกจัดให้เป็นแผ่น audiophile ซึ่งเป็นแผ่นที่มีคุณภาพเสียงที่ดีทั้งอาจจะเป็นการอัดเสียงดีหรือคุณค่าของเพลงดีก็ได้ มีนิตยสารเครื่องเสียงให้คะแนนกันยังกับเชลล์ชวนชิม เช่น The Absolute sound ทำให้เป็นแนวในการศึกษาและหามาฟัง

ลองดูแผ่น audiophile ของผมบ้างครับ มีหลากหลายแนวเพราะผมชอบเพลงหลายๆแนว เลยลองซื้อมาทดลองฟังดู ชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง อันนี้เป็นรสนินมส่วนตัวนะครับ


Harry Belafonte ชุด At Carnegie Hall เป็นเพลงในแนวลาติน แสดงสดใน carnegie hall เป็นเพลงเก่าๆที่ไพเราะมาก เช่น cotton field , day o , danny boy การบันทึกดีและนักร้องก็ร้องได้ดีแถมร้องไปเล่นกับคนดูไปสนุกครับ แผ่นนี้ฟังได้ดีทุกเพลง ไม่สงสัยเลยว่าเป็นสุดยอดอัลบัม ที่ TAS ต้องแนะนำ แต่ถึงไม่แนะนำผมก็คงต้องดิ้นรนหามาฟังเพราะฟัง cd แล้วชอบมากๆ แผ่นที่มีขายมีหลาย version นะครับ ที่ผมมีเป็นอัลบัมเก่าแบบ mono ครับ ยังมีแบบ stereo และ re master อีก แล้วเทียบกับ cd ก็ดีว่าด้วยครับ คุณภาพเสียงฟังธรรมชาติกว่า ชัดเจนกว่า แถมยังมีเพลงมากกว่าใน cd ด้วย


Balalaika เป็นแผ่นแสดงสดอีกแล้ว เป็นเพลงพื้นบ้านของรัสเซีย เล่นโดยเครื่องดนตรีรัสเซีย นัยว่าเป็นอัลบัมแรกๆที่เข้าไปอัดกันในรัสเซียโดย mercury records มีทั้งแผ่นเก่าและแผ่น re issue ผมมีเป็นแผ่นเก่า bid มาจากใน ebay เดิมไม่สนใจหรอกครับแต่ไปเห็นราคาใน ebay ทำไมมันแพงนัก แถมเห็นร้านที่เยาฮันขายแพงมาก เลยต้องบิดมาลองฟังกับเขาซะหน่อยโชคดีได้มาในราคาไม่แพงมาก โดยรวมก็ไพเราะดีครับ


Tchaikovsky The Overture 1812 โดย Andre Previn และ London Symphony Orchestra แหมถ้าเป็นนักฟังเพลง classic แล้วไม่รู้จัก Overture 1812 นี่เชยแหลกครับ แผ่นนี้ผลิตโดย Mobile Fidelity ผมลองหามาฟังเพราะชอบดนตรีชิ้นนี้อยู่แล้ว แต่ฟังๆไปกลับเฉยๆครับ เสียงมันอัดมาเบาๆยังไงไม่รู้ เสียงปืนใหญ่นี่มันเบามากไม่สะใจเลยยังกับเสียงปืนแก๊ป ไม่รู้เป็นเพราะเครื่องเสียงผมไม่ได้เรื่องหรือแผ่นไม่ได้เรื่องครับ


Gershwin ชุด An American in Paris และ Rhapsody in Blue โดย Arthur Fiedler กำกับวง The Boston Pops ผลิตโดย Chesky records ผมลองแผ่นของ Chesky ดูบ้างเพื่อดูว่าคุณภาพจะเป็นอย่างไรหากดีจะได้หาแผ่นอื่นมาเพิ่ม แผ่น Chesky มักจะมีราคาสูงค่อนข้างมากเลยไม่กล้าบิดมาเยอะๆ ไม่ผิดหวังครับคุณภาพการอัดดีมาก รายละเอียดเสียงค่อนข้างดี เพียงแต่คุณจะชอบเพลงที่เขาเอามาทำหรือเปล่านั้นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเท่าที่เห็นจะทำแต่เพลง jazz กับ classic เท่านั้นครับ


Dave Grusin ชุด Discovery Again ผลิตโดย Sheffield Labs บริษัทที่ผลิตเฉพาะแผ่น audiophile เท่านั้น ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าแผ่นของบริษัทนี้ถ้าผลิตออกมารับรองไม่มีไม่ได้เรื่อง ผมฟังแล้วก็ต้องยอมรับเลยครับว่าผลิตมาดีจริงๆเสียงทั้งชัดทั้งมีรายละเอียด เบสเป็นลูกๆ นี่ยังไม่นับพวกบรรยากาศนะ เพราะผมว่าห้องฟังและชุดเครื่องเสียงผมมันยังเป็น reference ไม่ได้ เดิมผมมีแผ่น cd ของค่ายนี้เยอะพอสมควร แต่บอกตามตรงแนวเพลงมันไม่ใช่แบบที่ผมชอบ ผมก็เลยไม่ดิ้นรนไปหาซื้อเพิ่ม นับว่าโชคดีไปเพราะแผ่นค่ายนี้มักมีราคาค่อนข้างแพงมาก


Billie Holiday ชุด Lady in Satin แผ่นนี้เป็นแผ่น Columbia 6 eyes ซะด้วย บิดมาเล่นๆกะมาลองฟังดูว่าเพลงเก่าๆสไตล์ jazz อย่างนี้จะชอบไหม ปรากฏว่าเรื่องคุณภาพไม่เป็นที่สงสัยดีมากๆครับ แต่ไม่เคยฟังจบแผ่นเลยครับ ไม่ไหวหูไม่ถึงฟังแล้วจะหลับให้ได้ เลยเลิกครับมีไว้โก้ๆแผ่นเดียวพอ รอไว้แก่กว่านี้อาจชอบก็ได้ ตอนนี้เลยเลิกความคิดที่จะหามาฟังทั้งก๊วนเลยครับ Ella Fitzgerald , Louise Armstrong โดนหางเลขไปหมดเลย


Norah Johns ชุด Come away with me ครับ เป็นแผ่นใหม่ audiophile series แบบ 200 grams ซะด้วย เอามาลองฟังดูหน่อยว่าแผ่นเสียงยุคใหม่ๆจะมีคุณภาพเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับ cd ผลก็คือเสียงดีกว่า cd มากครับ อาจเป็นเพราะ cd ของ Norah Jones ที่ทำขายเป็น cd แบบ mass production ทำขายเอาเยอะเข้าว่าคุณภาพเลยไม่ได้เรื่องเอาซะมากๆ แผ่นเลยมีคุณภาพดีกว่าเยอะโดยเฉพาะแหลมไม่บาดหูเท่า cd เลย ถ้าชอบฟังเพลงของเธอก็นับว่าคุ้มครับ


Susan Wong ชุด Close to you เนื่องจากผมชอบฟังเพลงของ Susan Wong อยู่แล้วเลยเอามาลองซะหน่อย ผิดชอบยังไงก็ยังไม่เสียดายเพราะยังฟังได้แทบทุกเพลง เท่าที่ฟัง OK ครับ ดีกว่า cd ตรงความเข้มข้นของเสียง แต่ผมว่าดีกว่าไม่มากนัก อาจเป็นเพราะ cd ของเธอก็เป็น cd ในแนว audiophile ทำมาคุณภาพดีอยู่แล้ว แผ่นเลยดีกว่าไม่มาก

สุดท้ายผมว่าแผ่น audiophile นั้นคุณภาพเสียงเท่าที่ได้ลองก็มักจะดีสมราคา แต่เรื่องสไตล์เพลงเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่วนใหญ่จะเป็นเพลง jazz และ classic ดังนั้นบางคนอาจไม่ชอบเลยก็ได้ ผมขอแนะนำว่าถ้าไม่ชอบอย่าฝืนซื้อมาตามกระแสหรือคำแนะนำของนักวิจารณ์ทั้งหลาย เสียดายตังค์น่ะครับเพราะซื้อมาแล้วก็จะไม่ได้ฟัง แผ่นพวกนี้มักจะมีราคาสูงซะด้วย บางคนอาจบอกว่าขอให้มันอัดดีไว้ก่อนฟังๆไปก็ชอบเอง สำหรับผมแล้วไม่ได้ผลเพราะผมลองเท่าไรก็ไม่ชอบครับ

Tuesday, March 20, 2007

The Alan Parsons Project

The Alan Parsons Project เป็นวงดนตรี progressive rock ในลักษณะ concept album คือในแต่ละอัลบัมของเขาจะเป็นชุดดนตรีที่เล่าเรื่องต่างๆ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น ชุดแรกเลยคือ Tales of Mystery and Imagination ก็เป็น concept อัลบัมที่อ้างอิงถึงบทประพันธ์ของ Edgar Allan Poe ชุด I Robot ก็เป็นการเล่าเรื่องจากนิยายของ Isaac Asimov เป็นต้น
วงดนตรีวงนี้ก่อตั้งโดย Alan parsons แถมยังเป็น producer , sound engineer และเล่น keyboard ด้วย โดย Alan Parsons นั้นโด่งดังมาจากการเป็น sound engineer ให้กับ Pink Floyd ในสุดยอดอัลบัม The Dark Side of The Moon ในปี 1973 โดย Alan Parsons เองก็เริ่มออกอัลบัมในปี 1976 จนถึงปลายยุค 1980 มีอัลบัมออกมา 10 อัลบัมพอดี ที่ดังๆมี 2-3 อัลบัมได้แก่ Eye in the Sky , I Robot และ The Turn of a Friendly Card ส่วนใหญ่แนวเพลงของวงนี้ที่โด่งดังจะเป็นแนว Instrument music แต่ก็จะมีเพลงที่มีการร้องอยู่ด้วยทุกอัลบัม
ผมเองชอบฟัง The Alan Parsons Project ครับ มันฟังสบายดีไม่หนักเกินไป และทุกชุดจะอัดเสียงมาค่อนข้างดีมากเพราะหัวหน้าวงเป็นสุดยอด sound engineer แต่บางชุดฟังไม่รู้เรื่องครับมันลึกซึ้งเกินไปสำหรับผม โดยเฉพาะชุดแรก Tales of Mystery and Imagination มันมีแต่ instrument ฟังยาก เลยไม่ค่อยโด่งดังนัก แต่แนวดนตรีและการอัดเสียงคงดีมาก Mobile fidelity จึงเอาไปทำแผ่นในแนว audiophile ด้วย ถ้าชอบจินตนาการลองหามาฟังดูนะครับ

มาดูแผ่นที่ผมมีครับ


I Robot ออกในปี 1977 เป็น concept อัลบัมที่ได้แนวความคิดมาจากผลงานวนิยายวิทยาศาสตร์ของ Isaac Asimov ชื่อของอัลบัมคือ first robot แต่ส่วนใหญ่จะคิดว่าชื่อ i robot


อัลบัมนี้มีคุณภาพของเสียงที่ดีมากจน Mobile fidelity นำออกไปทำแผ่นเสียง และผมเองเมื่อฟังเปรียบเทียบก็พบว่าเสียงของแผ่น mobile นี้ดีกว่าแผ่นญี่ปุ่น โดยเฉพาะรายละเอียดและความคมชัด และราคาก็ไม่แพงมากหากจะซื้อก็ซื้อแผ่น mobile ไปเลยครับ


Pyramid ออกในปี1978 ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นอัลบัมที่เกี่ยวข้องกับอะไร แต่ลึกๆแล้วนอกจากจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพลังอำนาจของอียิปต์โบราณแล้วยังหมายถึง การมองอดีตด้วยสายตาของปัจจุบัน ( ส่วน I Robot เป็นการมองอนาคตด้วยสายตาปัจจุบัน ) Alan Parsons นี่แกช่างคิดอะไรได้ลึกซึ้งจริงๆครับ



The Turn of a Friendly Card ออกในปี 1980 เป็น concept อัลบัมที่เกี่ยวกับการเดิมพันของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เข้าบ่อนและเดิมพันด้วยทุกสิ่งที่ตัวเองมี ส่วนตัวผม ผมชอบอัลบัมนี้ที่สุดครับ โดยเฉพาะเพลง Nothing Left to Lose สุดยอดจริงๆครับ


Eye in The Sky เป็นอัลบัมที่ออกในปี 1982 ได้ concept มาจากกล้องวงจรปิดใน casino ที่จ้องมองเราอยู่ ท่าทาง Alan Parsons แกจะชอบเล่นการพนันเป็นพิเศษ อัลบัมนี้เป็นอัลบัมที่ประสพความสำเร็จที่สุด คงเป็นช่วงสุดยอดของแกแล้ว เพลงที่ดังมากก็เพลงเดียวกับชื่ออัลบัมแหละครับ ผมว่าคุณต้องเคยได้ยินแน่นอน


Ammonia avenue ออกในปี 1984 เป็นเรื่องเกี่ยวกับมุมมองของสังคมต่อการพัฒนาการด้านเทคโนโลยี่ เป็นอัลบัมที่ขายดีมากเช่นกันแต่ผมเฉยๆครับไม่ได้ชอบมากเป็นพิเศษแต่ก็มีหลายเพลงที่ไพเราะมากครับ

Vulture Culture เป็นอัลบัมออกในปี 1985 เดิมจะรวมอยู่กับ Ammonia Avenue เป็นอัลบัมคู่ แต่ต่อมาก็ได้แยกออกมาเป็นอัลบัมเดี่ยว เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมการบริโภคของชาวอเมริกัน ผมชอบอัลบัมนี้รองลงมาจาก Turn of a Friendly Card ฟังไพเราะแทบทุกเพลงเลยครับ

The Alan Parsons Project ยังมีอัลบัมที่น่าสนใจอีก 2-3 อัลบัม เช่น Eve , Stereotomy , Gaudi แต่ผมฟัง cd แล้วไม่ค่อยชอบเลยไม่ได้หาแผ่นมาฟัง กลัวว่าจะซื้อมาแล้วก็ไม่ได้ฟังเสียดายตังค์เปล่าๆ



Monday, March 12, 2007

Pink Floyd

Pink Floyd

ผมเป็นคนที่ชอบฟังเพลง และฟังหลากหลายแนว แต่อันดับหนึ่งของผมต้องนี่เลยครับ Pink Floyd วง Psychedelic rock จากอังกฤษในยุค 1970 ประกอบไปด้วยนักดนตรีหลัก 4 คนได้แก่ Roger Water , David Gilmour , Nick Mason และ Richard Wright แต่ในยุคก่อตั้งวงนั้นผู้นำจริงๆจะเป็น Syd Barrett แต่หลังจากออกอัลบัมแรกในนาม Pink Floyd ในชื่อชุด The Piper at the Gates of Dawn แล้ว Barrett ก็ป่วยทางจิต จนต้องแแยกวงออกไป หลังจากนั้นก็เป็นยุคของ Roger Water และถือเป็นยุคทองของ Pink Floyd โดยแท้ โดยได้ออกอัลบัมมาอีกเป็นจำนวนหลายอัลบัมแต่ที่โด่งดังที่สุดมี 3 ชุด ได้แก่ The Dark Side of the Moon , The Wall และ Wish You Were Here จนกระทั่งในที่สุด Roger Water ก็แยกตัวไป David Gilmour ขึ้นมา เป็นผู้นำวงได้ซักระยะหนึ่งก็แตกวงกันออกไปทำดนตรีในแนวที่แต่ละคนชอบแต่ก็ไม่ประสพความสำเร็จเหมือนยุคที่อยู่รวมกัน

ลองมาดูแผ่น Pink Floyd ของผมที่มีบ้างครับ ผมมีไม่ครบทุกแผ่นของวงโดยผมจะทยอยไล่เก็บแต่ที่อยากได้จริงๆแล้วค่อยๆเก็บเพิ่มไปเรื่อยๆ แต่บางแผ่นผมจะไม่เก็บเลยครับ เช่น soundtrack เรื่อง More , The Great Dance Song , A Momentary Lapse of Reason เนื่องจากได้ฟัง cd แล้วไม่ชอบจริงๆ

Album : A Nice Pair ( 1973 )
เป็น Album ที่รวมเอาชุด The Piper at the Gates of Dawn ( 1967 ) และ The Saucerful of Secrets ( 1968 ) ซึ่งเป็น 2 อัลบัมแรกเข้าด้วยกัน โดยอัลบัม The Piper at the Gates of Dawn ได้รับการยกย่องว่าเป็นต้นตำรับของ Psychedelic rock ขนานแท้ ถ้าเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Pink Floyd และ Psychedelic จะชอบอัลบัมนี้ที่สุด ส่วน The Saucerful of Secrets ก็เป็นอัลบัมที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน แม้ Syd Barrett จะไม่ได้ทำอัลบัมนี้แต่ก็ยังได้อิทธิพลมาจากเขาเป็นส่วนใหญ่ สำหรับผมสองอัลบัมนี้ค่อนข้างหนักไปหน่อยครับ

Album : Relics ( 1971 )
เป็น Album รวมเอา singles ที่ออกในยุคแรกๆเข้าด้วยกัน เป็นรวมฮิตอัลบัมที่ถ้าไม่ใช่แฟนจริงๆก็ไม่น่าหามาเก็บสะสมซะให้ลำบากเปล่าๆ

Album : Atom Heart Mother ( 1970 )
เป็นอัลบัมอีกอัลบัมหนึ่งซึ่งผมไม่ค่อยชอบเท่าไรฟังแล้วมึนไม่รู้ว่าเขาจะสื่ออะไรกับเรา แต่แฟนๆ Pink Floyd จะบอกว่าอัลบัมนี้ดีมากครับ

Album : Meddle ( 1971 )
ถ้าเป็นแฟน Pink Floyd แผ่นนี้คือ must have ถ้าไม่ใช่แฟนก็ลองหามาฟังแล้วจะชอบ แต่ถ้าเป็นทั้งแฟน Pink Floyd แล้วก็เป็นแฟน Liverpool FC. ด้วยนี่ต้อง to die for เลยครับ ลองฟัง track Fearless แล้วจะรู้ว่าทำไมครับ สำหรับอัลบัมนี้ถ้าแค่ฟังเฉยๆอาจไม่ชอบมากแต่ถ้าได้ดู Live at Pompeii แล้วจะชอบอัลบัมนี้ยิ่งขึ้น

Album : The Dark Side of the Moon ( 1973 )
การเป็นสุดยอดอัลบัมที่ขายดีที่สุดตลอดกาล คงพอจะบอกได้ว่าอัลบัมนี้ดีแค่ไหน มันแสดงให้เห็นว่าแม้ไม่ใช่แฟน Pink Floyd หรือ Psychedelic rock ก็ยังมีบางส่วนชอบและฟังมัน ทุกวันนี้ก็ยังมีปั๊มแผ่นออกมาขายทั้ง vinyl และ cd และมีครบทุกฟอร์แมท ไพเราะทุกเพลงและที่ยิ่งใหญ่ที่สุดน่าจะเป็น track Time ครับ แต่สำหรับผมแล้วมันยิ่งใหญ่ทุกเพลง

Album : Wish You Were Here ( 1975 )
ชุดนี้เศร้าครับยังไมีมีแบบที่มี Obi เลย คงต้องหากันอีกต่อไป อัลบัมนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสามอัลบัมยอดนิยมของ Pink Floyd แนวเพลงเป็น concept อัลบัม เพลงมีความต่อเนื่องกันทุกเพลงฟังเพลินๆเผลอแป๊ปเดี๋ยวก็จบทั้งอัลบัมแล้ว คุณภาพเสียงขึ้นชื่อว่า Pink Floyd แล้วรับประกันได้ว่าระดับตำนานครับ

Alubum : Amimals ( 1977 )
ตอนผมฟังแรกๆไม่เข้าใจ concept ผมก็คิดว่า วงนี้คงชอบใช้ sound effect แปลกๆเข้ามาประกอบเพลง ในอัลบัมนี้ก็เช่นกันเสียงสัตว์ต่างๆเต็มไปหมด ผมก็นึกไปว่าคงเป็น concept ที่เกี่ยวกับสัตว์ ต่อมาผมได้เจอนักฟังท่านหนึ่งได้อธิบายให้ผมฟังว่าจริงแล้วเป็นการนำเสนอให้เห็นว่าคนเรานั้นมีนิสัยอย่างไรโดยเอาสัตว์เข้ามาสื่อเปรียบเทียบ โอโห ผมนับถือเลยครับว่าศิลปินเหล่านี้ทำเพลงไม่ได้ทำแค่มั่วๆ ไปเท่านั้น สุดยอดครับ

Album : The Wall ( 1979 )
สุดยอดอัลบัมอีกอัลบัมหนึ่งของ Pink Floyd เป็นที่นิยมเป็นอันดับสองรองลงมาจาก The Dark Side of the Moon เป็นอัลบัมคู่ฟังกันอย่างจุใจ เล่าถึงเรื่องของเด็กที่เกิดมาแล้วถูกอิทธิพลของการศึกษาเข้าครอบงำอย่างไร นอกจากจะมีดนตรีและ sound effect ที่สุดยอดแล้ว เนื้อหาสาระก็ดีมากๆ ต้องหามาฟังให้ได้เลยครับชุดนี้

Album : The Final Cut ( 1983 )
เป็นอัลบัมในแนวต่อต้านสงคราม ตอนยุคนั้นเกิดสงครามฟอร์คแลนด์พอดี แล้วในอดีตพ่อของ Roger Water ก็ตายในสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้เขาทำอัลบัมนี้ขึ้นมา เป็นอัลบัมที่มีเพลงดีๆหลายเพลงและฟังง่ายกว่าอัลบัมในยุคเก่าๆ และเป็นอัลบัมสุดท้ายที่มี Roger Water ร่วมอยู่ในวง หลังจากเขาจากไปแนวดนตรีของ Pink Floyd ก็ไม่เหมือนเดิมและก็เสื่อมความนิยมลงไปจนกระทั่งยุบวงในที่สุด


มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับแผ่นเสียงของ Pink Floyd อีกเล็กน้อยครับ จะเห็นว่าผมเก็บแต่แผ่น Pink Floyd ที่เป็นแผ่นญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ตอนแรกก็เก็บไปเรื่อยนึกว่ามีแต่แบบมี Obi กับไม่มี Obi ( แถบที่รัดอยู่ที่แผ่นล่ะครับ ) ต่อมาจึงได้รู้ว่าแม้แต่แผ่นญี่ปุ่นเองยังมี ผลิตทั้งจาก EMI และ Odeon และยังมี 1st , 2nd release เข้าไปอีกทั้งคุณภาพและราคาก็ต่างกัน ตอนแรกก็ว่าจะไล่เก็บให้หมดแต่เห็นราคาแล้วเลิกคิดไปแล้วล่ะครับ บางแผ่นราคาอาจถึง 500 US$ ไม่ไหวครับ และยังมีแผ่นพวก hifi อีกเช่น dark side ชุด pro use , mobile fidelity และ wish you were here ชุด half speed ซึ่งก็มีราคาแพงเช่นกันครับ

นี่คือแผ่นที่ผมชอบที่สุดครับ Meddle ที่ผลิตโดย Odeon เสียงดีกว่าของ EMI จริงๆครับ ถ้าชอบชุดไหนจริงๆก็เก็บของ Odeon ไว้ครับไม่ผิดหวัง

ลองดูความยิ่งใหญ่ของ Pink Floyd ครับ สำหรับท่านที่คิดอยากสะสมแผ่น Pink Floyd ให้หมด ดูข้อมูลใน web นี้ก่อนแล้วคิดดูอีกทีครับยังไม่สายครับ
http://ourworld.compuserve.com/homepages/PFArchives/DiscTOC.htm

รายละเอียดเพิ่มเติมของ Pink Floyd ลองหาดูใน wikipedia ดูครับ